Kittisak's profileแว่นตาPhotosBlogListsMore Tools Help

Windows Media Player

Photo 1 of 10
เอ้า! ใครหล่อใครสวย เข้ามาแล้วมาลงชื่อกันหน่อยครับ
Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
เป็นไงบ้าง
แวะเข้ามาทักทายหน่ะ
ยังไงก็สู้ๆ หล่ะกานน่ะ
มีอารายก็ระบายให้ฟังได้เน้อ
Bulinยิ้ม
Feb. 5
ruja pakwrote:
ดีค่า
 
เข้ามาครั้งแรกเรยนะเนี่ยยยย
 
อิอิ
 
อยากอ่านๆๆ
Mar. 28
ไหน  แวะมาเขียนไรหน่อย
แวะเข้ามา บุ๋งบุ๋งบุ๋ง
Nov. 25
มาตามคำประกาศครับ
 
ไม่มีอะไรพิเศษ
 
นอกจาก "หล่อ"
 
 
Nov. 6
OIL B.wrote:
มาเยี่ยมเยียน
พึ่งรู้ว่ามีสเปซด้วย
 
จะกลับแล้ว โชคดีนะคะ
 
*อัพบ่อยๆนะจะเข้ามาอ่าน 
Sept. 22

แว่นตา

บางความทรงจำเก่าเก่า ก็ยังงดงามไม่คลาย....
October 24

หลากหลายความรู้สึก

Look at yourself like when outside world does to you.
How nice you expect people to be? They expect you more.
 
ตะวันลับฟ้าเมื่อตอนเย็นๆ จะเป็นเวลาที่ใจหาย
 
เมื่อความยุ่งยากได้กลับคืนมาสู่ชีวิตอีกครั้ง
 
จิตใจที่เคยตั้งมั่นให้มันสงบนิ่งก็เหมือนจะสูญเสียเสถียรภาพได้อย่างง่ายดาย
 
เมื่อทุกอย่างถาโถมเข้าใส่ จิตใจที่หวั่นไหวไปกับอารมณ์ต่างๆก็ยากขึ้นที่จะควบคุม
 
สติ สมาธิ ปัญญา พากันโบกมือลาไปทีละตัว
 
ใจนิ่งเมื่อไร ก็มาเคาะประตูสวัสดีกันเป็นพักๆ
 
ปิดเทอมที่ผ่านมาเหนื่อยมาก แต่ก็คุ้มค่ามากอีกเช่นกัน
 
ได้ลองทำอะไรใหม่ๆ (จริงๆก็ไม่มาก) ได้ทำอะไรที่ชอบ
 
ไปช่วยเพื่อนจัดประชุมวิชาการนานาชาติที่ขอนแก่น เป็นพิธีกรภาคภาษาอังกฤษครั้งแรกของชีวิต พูดแค่สิบนาที ซ้อมยังกะจะไปพูดทั้งวัน
 
ไปทำแล่บที่ภาควิชาเภสัชเคมี ม.มหิดล แต่ไปได้สัปดาห์เดียวก็ขอลา
 
ได้ลองเขียนบทความเกี่ยวกับประวัติศาสตร์เป็นครั้งแรกให้สามัคคีสมาคม ดูๆแล้วก็เหมือนกับได้ลองทำวิจัยภาคสนามครั้งแรกในชีวิตอีกเช่นกัน
 
สอนพิเศษแต่เช้าจรดค่ำ ตั้งแต่เด็กประถมยันเตรียมมหาลัย เหนื่อยแต่ก็รู้สึกภูมิใจที่หาเงินได้ด้วยน้ำพักน้ำแรง
 
ได้เรียนร้องเพลงสักที หลังจากที่อยากเรียนมานาน เรียนร้องแบบ pop ลักษณะก็คล้ายๆแบบบ้าน AF นั่นแหละ
 
ได้ฝึกเล่นคีย์บอร์ด แม้จะไม่ถูกต้องสักเท่าไร แต่ความไม่ถูกต้องก็นำพาความสุขเล็กๆมาสู่ชีวิตน้อยๆนี้
 
ได้ดูคอนเสิร์ตเพลงคลาสสิกระลึกถึงพระพี่นาง และคอนเสิร์ตเบิร์ด (อันหลังนี่ไปดูคนเดียว)
 
ไปเที่ยวงานแสตมป์ (คนเดียวอีก) เดินถ่ายรูปจนเพลิน
 
ดูซ้อมหุ่นกระบอกตะเลงพ่าย ที่มูลนิธิจักรพันธุ์ โปษยะกฤต
 
นี่แหละ หลักๆก็มีเท่านี้
 
แต่จริงๆแล้ว ชีวิตส่วนใหญ่หมดไปกับการสอนพิเศษ
 
มีโอกาสได้พูดคุยกับแม่ของน้องคนหนึ่งที่เคยสอนพิเศษเมื่อปีที่แล้ว ชื่อว่าน้องแทน เป็นเด็กเตรียมฯ(ปีนี้ไม่ได้สอนแล้ว)
 
เค้าก็พาไปทานข้าว ตอนนั้นเป็นเทศกาลกินเจพอดี เราก็ไปกินก๋วยเตี๋ยวเจ
 
ระหว่างทาน ก็มีบทสนทนามากมาย แลกเปลี่ยนกัน ทั้งชีวิตเราและชีวิตของคุณแม่น้องแทน
 
ความอัดอั้นตันใจหลายอย่าง พร่างพรูออกมาแทนที่อาหารที่เข้าไปในร่างกาย
 
คุณแม่ฯเห็นดังนั้น จึงคงอยากจะให้เด็กคนนึงได้เรียนรู้ที่จะมองโลกในด้านดีและมีกำลังใจในการดำเนินชีวิต
 
จึงได้มอบหนังสือ "ทำชีวิตให้ดีและมีสุข" ของ ดร.สนอง วรอุไร มาให้ผมอ่าน ก่อนผมจะบินกลับมาอังกฤษได้ไม่นาน
 
ยังไม่ได้ขอบคุณคุณแม่ฯจริงจังเลย ผมจึงขอใช้โอกาสนี้ขอบพระคุณคุณแม่น้องแทนอย่างซาบซึ้งจากจิตใจของผมจริงๆ
 
แม้ผมผู้ซึ่งมีสติปัญญาต้อยต่ำ จะยังไม่สามารถนำเนื้อหาในหนังสือมาปรับใช้ได้ทั้งหมด เนื่องจากยังต้องการเวลา
 
แต่คุณแม่ฯเหมือนเป็นคนมาเปิดประตูด้านดีของโลกใบนี้ให้ผมได้เรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน
 
มันเป็นสิ่งที่ไม่ยากหรอก ที่จะรู้ตัวว่าเรากำลังทำอะไรอยู่
 
แต่สิ่งที่ยากนั่นคือ จะควบคุมตัวเรายังไงให้มันไม่หวั่นไหวไปกับอารมณ์รอบข้าง
 
ผมเขียนแปะไว้ข้างฝาในห้องนอนผม ไว้ย้ำเตือนทุกคราวที่รู้สึกหลงทาง
 
"Today, have you beat your desire and emotion yet?"
 
"Be happy with what you have, not what you dream of and make it the best of you - อยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด"
 
น้ำหยดบนหินทุกวันหินมันยังกร่อน
 
แต่หัวใจอ่อนๆ ผมเชื่อว่ามันแกร่งกว่าเพชร หากตั้งใจที่จะฝึกฝนและควบคุมมัน
 
ได้เรียนรู้ว่าการนั่งสมาธิก่อนนอน 10-15 นาที จะทำให้เรารู้สึกสดชื่น ไม่อ่อนเพลียยามตื่นวันถัดไป
 
รวมถึงการสวดมนต์ ถึงเราจะไม่เข้าใจความหมายของบทสวด แต่ก็ทำให้จิตเรายึดกับอะไรสักอย่าง ที่มันไม่ทำร้ายเรา
 
ได้ค้นพบว่า การเปิดดวงตาให้กว้าง เหมือนเป็นการจุดประกายไฟความหวังให้ลุกโชนทุกครั้งที่ท้อแท้ และใจก็จะถูกเปิดตาม โลกด้านดีก็จะเข้ามาหาตัวเรา
 
การเลือกมองด้านดีในทุกสิ่ง จึงเป็นมโนมติที่ล้ำค่าที่สุด ที่จะทำให้เราใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้จากนี้ต่อไป
 
แว่นตา
แว่นตา
September 17

ใบหยกที่ไร้กิ่งทอง


ณ จุดชมวิว ตึกใบหยก ๒ ตึกที่สูงที่สุดในประเทศไทย หลังจากเสร็จสิ้นการรับประทานอาหารมื้ออร่อย ที่พี่อั้ม พี่รหัสคณะเภสัชฯมหิดลรุ่น 35 เป็นเจ้าภาพเลี้ยง สายรหัสเราก็พากันมายืนชมวิวที่พื้นหมุนได้เหนือชั้น 83 ของตึก เพียงแค่ยืนนิ่งๆสูดอากาศบริสุทธิ์บนที่สูงลึกๆ ปล่อยให้พื้นหมุนนั้นหมุนผมให้โลกทัศน์ถูกเปิดไปจนครบ 360 องศา
 
รถยนต์เบื้องล่างดูแล้วก็เหมือนกับดวงไฟที่เคลื่อนไปช้าๆอย่างต่อเนื่อง แสงไฟจากตึกสูงช่วยเพิ่มชีวิตชีวาให้กับราตรีแห่งมหานครนี้ แม้จะเป็นคืนที่ไร้แสงดาวเนื่องมาจากสภาพอากาศในฤดูฝน สายลมบนจุดที่สูงสุดของกรุงเทพฯมันช่างเย็นสบาย บวกกับบรรยากาศอันงดงามยามค่ำคืนนั้น มันช่างทำให้ผมอยากที่จะแบ่งปันความสวยงามนี้ผ่านสายโทรศัพท์ให้ใครก็ตาม ผมหยิบโทรศัพท์ออกมา เหมือนกับอยากจะให้มันส่งสัญญาณไปที่ไหนสักแห่ง สายตาผมทอดไปสู่ฟากฟ้าที่มีแต่เมฆปกคลุมหนาทึบ เห็นเพียงเงาที่สลัวของแสงจันทร์ ซึ่งมันก็คงสว่างไสวไม่พอที่จะสะท้อนให้เห็นความหมายบางอย่างที่ซ่อนเร้นในแววตาของผมให้หลายคนเข้าใจได้
 
บรรยากาศอันน่าประทับใจก่อให้เกิดความสุข เคยได้ยินว่าความทุกข์หากแบ่งปันจะยิ่งน้อยลง แต่ความสุขยิ่งแบ่งปันจะยิ่งมากขึ้น หรือนี่จะเป็นความหมายที่แฝงอยู่ในแววตาอันเก็บซ่อนคำรำพันล้านคำไว้กันนะ
 
 
แว่นตา
July 20

คนคนนี้ กับ คนสำคัญ

คนๆนี้
 
คนๆนี้จะไม่จำวันเกิดใคร
คนๆนี้จะไม่ซื้อของขวัญวันเกิดให้ใคร เว้นแต่จะหารกับเพื่อน
คนๆนี้จะไม่ห่อของขวัญวันเกิดให้ใครด้วยตัวเอง
คนๆนี้จะไม่จำเบอร์โทรศัพท์ใครทั้งสิ้น หากมือถือหายก็คงลืมเบอร์นั้นไป
คนๆนี้จะไม่โทรศัพท์กับใครทุกวัน วันละนานๆ
คนๆนี้จะไม่ไปกินข้าวหรือเดินเล่นกับใครแค่สองคนหรอก เพราะมันไม่สนุก
คนๆนี้จะปิดโทรศัพท์มือถือยามนอน
คนๆนี้จะโทรไปเลิกนัด ที่เป็นแค่การพบปะไม่กี่นาที หากฝนตกหนัก
คนๆนี้คงจะต้องต่อว่าคนที่มาผิดนัดเพราะนอนตื่นสาย
คนๆนี้คงสบถกับตัวเองหากการต้องออกไปเจอใครสักคน ทำให้ต้องโดนล้วงกระเป๋า
คนๆนี้จะไม่นั่งรอสามชั่วโมง เพื่อจะกินข้าวกับใครเพียงชั่วโมงเดียว
คนๆนี้จะไม่ซื้อการ์ดโทรข้ามประเทศราคา 11 ปอนด์ เพียงเพื่อจะใช้โทรแค่ไม่ถึงหนึ่งปอนด์
คนๆนี้จะไม่ตั้ง skype ทิ้งไว้เฉยๆตลอดเวลาหากไม่จำเป็น
คนๆนี้ถ้าไม่ว่าง ก็บอกว่าไม่ว่าง
คนๆนี้ไม่ใช้โทรศัพท์หากไม่มีธุระ
 
ยกเว้นกับคนที่สำคัญจริงๆเท่านั้น.....
 
มีสักกี่คนกันที่เรายกเว้นให้ได้ทุกข้อ....
March 27

วันเครียดๆแต่เราสบายๆ

วันที่ 27 มีนาคม วันนี้ก็ยังคงอยู่ในช่วงปิดเทอมอีสเตอร์ของผม กิจวัตรประจำวันก็ยังคงเหมือนเช่นทุกวัน คือ ตื่นมากินข้าวเช้า นั่งเล่นอินเตอร์เน็ตสักพัก
แล้วก็ทำงานที่ tutor ให้มา ซึ่งยังไม่เสร็จเลยแม้แต่วิชาเดียว แต่ความพิเศษของวันน้คือ กิจวัตรประจำวันมันดันไม่เหมือนที่บอกมาข้างต้น....
 
หลังจากส่งอีเมล์ไปหา อ.รุ่งระว แห่งคณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล นิวาศสถานบ้านเดิมของผม เพื่อสอบถามเรื่องฝึกงานช่วงปิดเทอม ก็เกิดอาการสมาธิแตกสลาย
โดยไม่ใช่ตัวเร่งปฏิกิริยาใดๆ ไม่สามารถทำการบ้านชนิดใดๆได้ทั้งสิ้น คงเนื่องมาจากอาการเครียดสะสมมาหลายวันปะทุออกมา เหมือนลาวาพุ่งจากปล่องภูเขาไฟ
(หลายคนคงรู้แล้วว่ากิตติศักดิ์เครียดเรื่องอะไร ถือว่าเป็นมรสุมใหญ่สุดของชีวิตตั้งแต่เคยมีมา ....แต่ตอนนี้ก็พูดอย่างนี้แหละ ของอะไรที่มันอยู่ใกล้ๆ เราก็มอง
เห็นว่ามันใหญ่ ลองได้ถอยห่างออกไปหน่อยคงจะดูว่ามันเล็กลง) หลายคนก็คงจะคิดอีกว่า เอ๊ะ...ไอ้นี่ ตั้งแต่มันรับทุนมาเรียนที่อังกฤษมันเคยมีความสุขกับชีวิต
บ้างไหมวะ จัดเป็นคำถามที่ต้องตอบ ที่กิตติศักดิ์ก็ยังไม่แน่ใจกับคำตอบเหมือนกัน เอาเป็นว่า ใครอยากจะฟังว่ากิตติศักดิ์มีปัญหาชีวิตเรื่องอะไร ก็มาสอบถามได้ละกันครับ
เพราะไม่ไหวจะเก็บละ
 
อ๊ะ มาต่อดีกว่า หลังจากสติขาด ธาตุไฟเข้าแทรก ก็พยายามหาอะไรทำคลายเครียด นั่งดูช่อง majung ใน True vision ที่มี MV เพลงเก่าเยอะๆก็แล้ว ก็ยังไม่ยอมหาย
สุดท้ายก็เปิดตู้เสื้อผ้า หยิบเอาผ้าผ่อนใส่กระเป๋าเดินออกจากบ้าน ไม่ได้จะไปไหนหรอก...ไปว่ายน้ำน่ะ กิจกรรมคลายเครียดปนเซ็กซี่เล็กๆ สระก็อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเท่าไร
ที่เดอะมอลล์บางแค แต่ก่อนไปก็แวะหาอะไรกินที่เซ็นทรัลพระราม 2 ก่อน กินอะไรที่อยากกิน ใช้เงินมือเติบคลายเครียดมากๆ ภาษาฝรั่งมันคงเรียก retail therapy
(จริงๆมันต้องหมายถึงซื้อของ แต่นี่ก็คงคล้ายๆกัน คือเอาเงินไปซื้อข้าวกิน) กินฮะจิบังกะสเวนเซ่นคนเดียว มันไม่หวานมากเหมือนกินสองคนแต่ก็อร่อยดี เพราะไม่มีคนแย่ง
กินเสร็จก็แวะเข้าร้าน Se-ed Book Center หาดูหนังสือคลายเครียดไปเรื่อย ก็ไปเจอ "Home Buyer" นิตยสารสำหรับคนมองหาบ้าน เปิดไปเปิดมา เจอแต่บ้าน/คอนโด
ราคาแพงๆ ราคาล้านต้นๆหายากเอามากๆในยุคข้าวยากหมากแพง ที่แม้แต่ร้านขายอาหารตามสั่งในซอยบ้านผมที่คงราคาขายที่ 20 บาท มานานนับสิบปี ก็ปรับขึ้นมาเป็น
25 บาทแล้ว...ยิ่งทำให้เครียดกว่าเดิม เอาวะ...วางหนังสือ แล้วไปเดอะมอลล์บางแคดีกว่า
 
พอไปถึง มันยังเพิ่งบ่ายสามโมง แดดยังเปรี้ยงๆอยู่ แถมไม่ได้ทาครีมกันแดดใดๆมาด้วย เกรงว่ามะเร็งผิวหนังจะมา Bonjour เราได้ ก็นั่งรอสักพักให้แดดร่มลมตกก่อน
หยิบหนังสือ "อัจฉริยะสร้างได้" ของคุณหนูดี วนิษา เรซ มานั่งอ่านรอเวลา ส่วนตัวแล้ว คิดว่าหนังสือเล่มนี้ให้ข้อคิดดีๆกับคนสิ้นไร้ไม้ตอกกับชีวิตอย่างผมมากๆ
มันทำให้ผมเชื่อว่า คนเรามันไม่ได้มีดีแค่ด้านเดียว ความอัจฉริยะสามารถถูกพัฒนาขึ้นมาได้หากเราค้นพบมัน และไม่ว่าจะเก่งเรื่องอะไร ก็สามารถทำประโยชน์ให้กับ
สังคมได้ แม้คุณหนูดีจะดูขี้โม้ไปหน่อยว่าเธอเก่งด้านนู้นด้านนี้ แต่ความโม้เก่งของเธอผ่านตัวหนังสือ ก็มีประโยชน์อยู่ไม่น้อยเลย
วันนี้แม้จะเป็นวันธรรมดา แต่สระก็ยังคับคั่งไปด้วยผู้คน ซึ่งส่วนมากจะเป็นเด็ก เพราะอยู่ในช่วงปิดเทอม ส่วนผู้ใหญ่วัยเท่าเรามันก็ไปทำงานหาเงินกันหมดแล้ว
คงไม่มาว่ายน้ำป๋อมแป๋มอยู่อย่างนี้
 
เรือน้อยอับปางกลางสมุทร
ยังไม่ทันได้รุดถึงจุดหมาย
จะแหวกว่ายจนล้าแทบวางวาย
หรือยอมตายอย่างเดียวดายกลางทะเล?
 
ว่ายน้ำเสร็จก็ลงมาที่ชั้น G มานั่งดูปลาคาร์พยักษ์ซึ่งไม่รู้ว่ามันอายุเท่าไรแล้ว และไม่แน่ใจว่ามันอยู่ที่นี่ตั้งแต่ผมมาที่นี่ครั้งแรกเมื่อ 13 ปีที่แล้วหรือเปล่า บันทึกวันนี้
ก็นั่งเขียนที่ชั้น G นี่แหละครับ นั่งฟังเสียงน้ำตกจำลองกับดูปลาคาร์พหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวก็ทำให้สบายใจขึ้นมานิดหน่อย สมุดที่ใช้เขียนบันทึกคราวนี้ ถือเป็นสมุด
อเนกประสงค์จากน้องรหัสที่ รร.เตรียมอุดมฯ มอบให้ผมตั้งแต่คราวปัจฉิมนิเทศ ปี 2548 ก็เอามาใช้ทั้งจด lecture วิชา ordinary differential equation เมื่อตอนเรียนที่มหิดล ใช้ไปแค่ 3-4 หน้าแล้วก็หยุดไป ตอนนี้กลายมาเป็นบันทึกรายรับรายจ่ายตอนอยู่ Oxford ส่วนด้านหลังใช้ทดเลขกับ mechanism วิชา organic chemistry หากพลิกไปดูเมื่อสองหน้าที่แล้ว ก็จะเห็น mechanism ของ Pinnacol rearrangementอยู่ ....จริงๆไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไร เดี๋ยวค่อยกลับไปอ่านใหม่ ตอนนี้ขออยู่กับตัวเองก่อนครับ
 
ศูนย์อาหารอยู่ข้างหลังผมนี่เอง มื้อเย็นนี้จะทานอะไรดีน้า.....
 
น้ำค้างตอนเช้า
 
17.42 น. 27 มีนาคม 2551 ริมน้ำตก ชั้น G เดอะมอลล์บางแค
January 09

ฤดูหนาว 2550

ขอถวายความอาลัยต่อการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชครินทร์ ขอให้ดวงพระวิญญาณของพระองค์ท่านไปสู่สุคติ
 
ข้าพระพุทธเจ้า นายกิตติศักดิ์ กวีกิจมณี นักเรียนโครงการ สอวน. ชีววิทยา รุ่น ๒ เคมีรุ่น ๓-๔ และนักเรียนโครงการโอลิมปิกวิชาการ สสวท.สาขาเคมี ปี ๒๕๔๗
 
*************************************************************
 
มองผ่านหน้าต่างหลังม่านสีแดงของห้องโถงสำนักงานผู้ดูแลนักเรียนไทย ผมเห็นท้องฟ้าเป็นสีดำๆออกน้ำตาลๆ ใช่แล้วล่ะ มันกลางคืนแล้วนี่ เดือนมกราคมซึ่งเป็นเดือนกลางฤดูหนาวของประเทศอังกฤษกลางคืนมันก็ช่างยาวนานแบบนี้ แต่ค่ำคืนของที่นี่ กลับไม่ค่อยมีดาวระยิบระยับเหมือนกลางคืนที่เมืองไทย

ท่ามกลางความเงียบงัน เพราะนักเรียนทุนรุ่นน้องกลับไปหมดตั้งแต่ 2-3 วันที่แล้ว นักเรียนทุนใน สนร.ตอนนี้เหลือแต่ผมเพียงคนเดียว คงมีคนที่แวะเวียนเข้ามาพักบ้างเป็นครั้งคราว แต่ก็ดูบางตาลงไปกว่าเดิมมากนัก....บรรยากาศแม้จะเป็นแบบเดิมกับช่วงต้นเดือนธันวาคมที่ผมเดินทางมาถึง แต่ความรู้สึกแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

กองหนังสือที่ผมอ่านเปลี่ยนที่ไปมาเรื่อยๆ จากโต๊ะรับแขกในห้องโถง บางทีก็มันก็ถูกย้ายไปอยู่บนเตียงผม เตียงคนอื่น จนในที่สุด มันก็แวะไปที่ห้องเปียโน และตอนนี้มันก็กลับมาประจำอยู่ที่เดิม นี่แหละครับ กิจกรรมของผมในรอบเดือนกว่า คือการหอบหิ้วเจ้ากองหนังสือเหล่านี้ติดตัวไปทุกหนแห่ง แต่จะเปิดอ่านมันให้เข้าใจได้รึเปล่าก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

อากาศตอนนี้ก็ถือว่าหนาวน้อยกว่าเดือนธันวาคมบ้างแล้ว หรืออาจเป็นเพราะความเคยชินของร่างกายมนุษย์ที่สามารถปรับให้เข้ากับสภาพอากาศอันโหดร้ายได้อย่างง่ายดาย

แต่กับบางเรื่อง....ไม่ว่าจะพานพบมากี่ครั้ง ก็ไม่อาจทำใจให้ชินตามได้เล

วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วที่ผมจะได้นั่งเล่นคอมพิวเตอร์อยู่ที่โต๊ะทำงานในห้องโถง สนร.นี้แล้ว ยังคงจดจำเสียงหัวเราะ เสียงโวยวาย เสียงนินทาของน้องๆนักเรียนทุนคนอื่นๆที่หมกมุ่นกันอยู่ในห้องนี้ได้เป็นอย่างดี กวาดตามองตอนนี้ ทำไมมันเหลือแต่พื้นปูพรมสีเทาเปล่าๆ น้องๆที่เคยมานอนกลิ้งแถวนี้มันหายไปไหนกันหมดนะ ดูๆไป พรมเปล่าๆนี้ แม้จะดูสะอาดสะอ้าน แต่ก็ขาดชีวิตชีวา เมื่อไม่มีคนเหยียบมัน หรือกลิ้งไปกลิ้งมาบนมัน....ดูเหงาๆชอบกลแฮะ

กับโต๊ะที่ผมนั่งพิมพ์ข้อความนี้อยู่ เมื่ออาทิตย์ก่อนๆมันยังเต็มไปด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ของใครต่อใครหลายคน แทบไม่มีที่ว่างให้วางแม้แต่ข้อศอกเวลาจะเท้าคางตอนเมื่อย สายแลนก็แย่งกันใช้เพราะมีแค่สองสาย เป็นภาพที่ไม่น่าดู แต่ตอนนี้ไม่มีใครมาช่วยใช้สายแลนนี้แล้ว เอ้า หายไปไหนกันหมดเนี่ย

เพลงแนวอนุรักษ์นิยมในเครื่องคอมพิวเตอร์ของผม ที่แม้อยู่คนเดียวอยากจะฟังเมื่อไรก็ฟังได้ แต่อรรถรสในการฟังคงไม่เท่าตอนมีผู้ร่วมรับฟัง และมันก็จะตามมาด้วยเสียงอันฮือฮา..."โห ทำไมมันเก่ายังงี้" ..."พี่ก๊อฟ เอามาจากไหนเนี่ย มันเก่าโคตร" รสชาติแบบนี้เมื่อไรจะได้เจออีกนะ

คอยเตือนตัวเองอยู่เสมอ วันที่ต้องกลับไปคอลเลจ ขนอะไรมาก็ให้เอากลับไปทั้งหมด อย่าทิ้งไว้แม้กระทั่งใจเรา...หยิบมันกลับไปเรียนด้วย....

ความผูกพัน กับ การจากลา สองสิ่งที่ต่างกันสุดขั้ว แต่ก็อาจมีวันมาบรรจบกันได้จนเป็นเรื่องธรรมดา มนุษย์อย่างผมที่ดูจะต้องเดินร่วมทางกับเจ้าคำสองคำนี้อยู่เสมอ แต่ทว่าหลายครั้งก็ยังไม่เคยชิน เมื่อต้องจากลา...จากลาจากความผูกพันกับอะไรบางอย่าง จิตใจมันก็ดูโหวงๆอย่างบอกไม่ถูก น้ำตามันรื้นๆอยู่ในดวงตาแต่ก็ไม่ได้รินออกมา ความรู้สึกเหมือนเกือบจะเศร้า หรืออีกก้าวนึงก็จะสุข ขาดๆเกินๆพิลึก

ใครเคยมีความรู้สึกแบบนี้บ้างครับ บอกกับผมหน่อยว่าผมไม่ได้เป็นอะไรมาก

เปลี่ยน - คณาคำ อภิรดี

หมุนเวียนกันไป สัจธรรมก็คือเปลี่ยนไป
ไม่มีของใดคงได้ตลอด ต้องสูญต้องเปลี่ยนรูปไป

เหมือนใจเรานี่ ที่ต้องเจอความรักเปลี่ยนไป
สุขได้ไม่นาน ต้องมีทุกข์แทรกไว้ ซ่อนไปอย่างนั้น

เพราะโลกใบนี้แท้จริงก็ยังหมุน จากร้อนไปเป็นเหน็บหนาว
เหมือนกับความรัก คงไม่มียืดยาว นานไปเขาก็เปลี่ยน
เราถึงเจ็บ เจ็บที่ยังรักไม่เปลี่ยน

จริงๆแล้ว เพลงไม่เกี่ยวหรอกครับ ไม่ได้มีความหมายโดยนัยอะไรเป็นพิเศษ แต่เห็นชื่อเพลงมีคำว่าเปลี่ยน ดูน่าจะสอดคล้องกับสิ่งที่ผมเขียน(กระมัง)

ขอให้มีความสุขต้อนรับปีใหม่ครับ ทุกท่าน

กิตติศักดิ์ กวีกิจมณี